Posts tagged: คาสิโน

กินยาให้ถูกโรค

ยังมีคนไทยอีกหลายคน ไม่แน่ใจว่าเวลาเจ็บป่วยหรือปวดตามร่างกายควรจะเลือกกินยาอะไร ระหว่าง พาราเซตามอล แอสไพริน ความรู้เรื่องนี้ของคนไทยก็ไม่ต่างจากคนอังกฤษ

จากงานวิจัยชิ้นล่าสุดของประเทศอังกฤษ ได้ข้อสรุปที่น่าประหลาดใจว่า 1 ใน 3 ของคนอังกฤษไม่รู้ถึงความแตกต่างของ ยาแก้ปวด แต่ละชนิด เวลาไปซื้อยาที่ร้านหมอ คนอังกฤษก็มักจะเรียกหายาที่ต้องการจากชื่อยี่ห้อ โดยไม่รู้ว่ามีตัวยาอะไรอยู่ในยานั้นบ้าง

ยาแก้ปวดที่เราคุ้นชื่อกันดีและหาซื้อได้ตามร้านขายยานั้น ส่วนใหญ่เป็นยา “สูตรเดี่ยว” ชื่อเราค่อนข้างคุ้นหูมาตั้งแต่เด็กๆ เช่น แอสไพริน พาราเซตามอล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องกินยาแก้ปวดให้เลือกกินพาราเซตามอล หรืออะเซตามินโนเฟน (Acetaminophen) เพราะมีสรรพคุณแก้ปวดลดไข้ ไม่กัดกระเพาะ เหมือนยาแก้ปวดทั่วไป และมีผลข้างเคียงน้อย แต่ก็ไม่ควรกินต่อเนื่องนานเกิน 7 วัน เพราะหากกินเกินปริมาณมากและติดต่อกันนานๆ จะมีผลต่อตับและไต

แอสไพรินถือเป็นยาแก้ปวดตำรับเก่าแก่ที่สุดและราคาไม่แพง มีสรรพคุณแตกต่างจากพาราเซตามอลตรงที่แก้ปวดและลดการอักเสบ

งานวิจัยหลายชิ้นแนะนำให้กินยาแอสไพรินวันละเม็ด เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหัวใจไม่แข็งตัว แต่การกินยาแอสไพรินมากเกินไป ก็อาจทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารและไตวายได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระมัดระวังก่อนกินยาก็คือ ยาทุกชนิดมีผลข้างเคียงมากน้อยต่างกัน หากกินผิดขนาด (กินมากหรือน้อยเกิน) หรือผิดประเภท เพราะนอกจากไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้ป่วยหนักขึ้นไปอีกก็ได้ และยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว พากันเป็นหวัดไปตามกัน

พอเป็นแล้วก็มักจะหันหน้าเข้าพึ่งยาแก้หวัดกันอย่างอัตโนมัติ โดยเฉพาะยาแก้หวัดบรรจุแผงหลายยี่ห้อที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดหรือร้านหมอตี๋ทั่วไป เนื่องจากมีคุณสมบัติครอบจักรวาล ทั้งบรรเทาอาการ ปวดหัว ลดไข้ คัดจมูก ลดน้ำมูก ลดเสมหะ เจ็บคอ ฯลฯ

ยาประเภทนี้มีส่วนผสมของฟีนิลโปรปาโนลามีน (Phenylpropanolamine) หรือพีพีเอ ที่เชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ใช้ยาเกิดภาวะเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic stroke) เมื่อ 5 ปีก่อนยาแก้หวัดเหล่านี้ จึงถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศสั่งถอนออกจากท้องตลาด

อย.แนะนำว่า ถ้าเป็นหวัดควรเลือกกินยาเดี่ยว นอกจากจะถูกกว่าแล้ว ยังไม่ต้องรับผลข้างเคียงจากยาโดยไม่จำเป็น เป็นต้นว่า เมื่อมีไข้ ไม่มีน้ำมูก ให้กินพาราเซตามอล ซึ่งใช้แก้ไข้ปวด หากคัดจมูก จึงค่อยกินยาแอนตี้ฮิสทามิน เช่น คลอร์เฟนิรามีน เพราะตัวยานี้มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึม ดังนั้น หากมีไข้อย่างเดียว ไม่ต้องกินให้ง่วงกันไปเปล่าๆ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าไม่หนักหนาอะไรก็นอนพักผ่อนแทน ดีกว่ากินยาแก้ปวดแบบพร่ำเพรื่อนะคะ…


7 อาหารอร่อยช่วยเยียวยาสุขภาพ

ใครว่ายาจำเป็นต้องขม อาหารบางอย่างก็เป็นยาได้ และรสชาติดีด้วยนะ

กล้วย

กล้วย : แก้เครียด

การติดกล้วยไว้ที่ทำงานเป็นเรื่องดี หากคุณรู้สึกเครียด ก็จงคว้ากล้วยมากินเสีย กล้วยขนาดกลางหนึ่งผลมี 105 แคลอรี มีน้ำตาล 14 กรัม มันทำให้ระดับน้ำตาลของคุณเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย มีวิตามินบี 6 อยู่ร้อยละ 30 ของที่เราต้องการต่อวัน ทำให้สมองสามารถผลิตเซโรโทนินฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้คุณหายเครียดได้อีกนิด

ลูกเกด

ลูกเกด : ลดความดันโลหิต

ลูกเกด 60 เม็ด หรือประมาณหยิบมือใหญ่ ๆ จะมีใยอาหารหนึ่งกรัม และโพแทสเซียม 212 มิลลิกรัม ซึ่งสารอาหารทั้งสองได้รับการแนะนำในแผนไดเอ็ต เพื่อลดความดันโลหิต (DASH) นอกจากนี้สารโพลีฟีนอลในอาหารที่ทำจากองุ่น (เช่น ลูกเกด ไวน์ น้ำผลไม้) ยังมีคุณสมบัติบำรุงหลอดเลือดหัวใจรวมถึงลดความดันโลหิตด้วย

น้ำผึ้งบักวีต

น้ำผึ้งบักวีต : แก้ไอ

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐเพนชิลเวเนียเปิดเผยว่า น้ำผึ้งสีน้ำตาลเข้ม 2 ช้อนโต๊ะ มีประสิทธิภาพกว่ายาแก้ไอในเด็กที่มีอาการไอระดับหนึ่ง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติฆ่าเชื้อของน้ำผึ้งอาจช่วยบรรเทาอาการอักเสบที่เนื้อเยื่อในลำคอได้

น้ำส้มคั้น

น้ำส้ม : บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

ฟรักโทสในน้ำส้มขนาด 4 ออนซ์ เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คุณกระฉับกระเฉง อาจเป็นเพราะว่าวิตามินซีในนำส้มช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังมีส่วนสำคัญในกระบวนการเผาผลาญธาตุเหล็ก จึงช่วยให้เราสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น

มันฝรั่ง

มันฝรั่ง : แก้ปวดหัว

คาร์โบไฮเดรต 37 กรัม ในมันฝรั่งขนาดกลางสามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะด้วยการเพิ่มระดับเซโรโทนิน ตราบใดที่คุณจำกัดปริมาณไขมัน และโปรตีนไว้ต่ำกว่า 2 กรัมละก็นะ

โหระพา

โหระพา : แก้ปวดท้อง

สารชื่อว่า ยูจีนอล ในโหระพา อาจช่วยให้กระเพาะและลำไส้ของคุณปราศจากอาการเจ็บปวด คลื่นเหียน ตะคริว หรือแม้แต่ท้องร่วง โดยการฆ่าแบคทีเรีย เช่น แชลโมเนลลา และลิสเตอเรีย นอกจากนี้ ยูจีนอลยังมีสรรพคุณแก้เกร็ง ซึ่งช่วยหยุดอาการตะคริว

กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี : บรรเทาแผลในกระเพาะ

การศึกษาจาก Johns Hopkins School of Medicine เมื่อปี 2002 พบว่า สารซัลโฟราเฟนในกะหล่ำปลีจะกำจัดแบคทีเรีย H. Pylori ซึ่งทำให้เกิดแผลในกระเพาะและลำไส้ ก่อนที่มันจะลงไปอยู่ในลำไส้ และอาจจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกในกระเพาะได้ด้วยซ้ำ

Tip : ฉีกหรือสับโหระพาโรยในซอสหรือสลัด หากคุณไม่อยากกินอาหารผัดหรือทอดที่มีน้ำมันมาก


Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!

Ringbinder theme by Themocracy